สตูดิโอ ถ่ายภาพ แต่งงาน    
   
 
  ถ่ายรูปแต่งงาน   ถ่ายภาพแต่งงาน ถ่ายรูปรับปริญญา ถ่ายภาพรับปริญญา ถ่ายภาพสินค้า รับถ่ายรูป  รับถ่ายภาพ  ไว้เก็บเป็นที่ระลึก รับจ้างถ่ายรูป  ถ่ายภาพนอกสถานที่  ถ่ายภาพแฟชั่น
 

 

เทคนิคการแต่งหน้า



     

คล็ดลับความงาม

เทคนิคการแต่งหน้า...แบบง่าย ง่าย
การแต่งหน้าเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้หญิง เพราะทุกครั้งที่คุณเตรียมแต่งแต้มใบหน้าให้ดูสวยไปด้วยสีสัน คุณสามารถแต่งหน้าได้มากหรือน้อยแค่ไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ จะแต่งให้เป็นสาวหวาน สาวเปรี้ยว สาวเซ็กซี่ หรือสวยแบบใส ๆ ขึ้นอยู่กับการสร้างสรรค์จากฝีมือผู้แต่ง แต่สิ่งสำคัญก็คือ คุณจะต้องแต่งให้เหมาะกับตัวคุณและโอกาส ดังนั้นการแต่งหน้าคือวิธีที่จะทำให้ผู้หญิง สวยขึ้น และมีเสน่ห์มากขึ้น มาดูวิธีเพิ่มเสน่ห์ของคุณด้วยวิธีการแต่งหน้าแบบง่าย ๆ กันเถอะค่ะ

เตรียมพร้อมก่อนแต่งหน้า
ควรเตรียมกระจกและอยู่ในที่มีแสงเพียงพอ รวมทั้งอุปกรณ์แต่งหน้าที่จำเป็น คุณอาจใช้ที่คาดผมหรือรวบผมขึ้น เพื่อจะได้แต่งหน้าได้สะดวก จากนั้นจึงล้างหน้าให้สะอาด ละควรใช้ม้อยส์เจอร์ไรเซอร์ทาก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง

ครีมรองพื้นปรับสีผิว
ควรใช้ครีมรองพื้นในกรณีที่คุณมีสีผิวที่ไม่เสมอกันเท่านั้น และไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งใบหน้าเพราะจะทำให้หน้าลอย เมื่อใช้ครีมรองพื้นเสร็จแล้วควรเกลี่ยทันทีเพราะรองพื้นประเภทนี้จะแห้งเร็วมาก และควรใช้ก่อนลงรองพื้นประเภทอื่น ๆ

ครีมรองพื้นปกปิดริ้วรอย
ครีมรองพื้นชนิดนี้จะช่วยพรางรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ ต่าง ๆ บนใบหน้าได้ โดยเลือกสีให้เข้มกว่าสีผิวหนึ่งระดับแล้วแตะตรงบริเวณที่ต้องการปกปิด หลังจากนั้นจึงใช้ปลายนิ้ว เกลี่ยให้เนียน

ครีมรองพื้น
เลือกสีครีมรองพื้นให้ตรงกับสีผิวบริเวณคอ แตะครีมรองพื้นตรงบริเวณที่ไม่มีริ้วรอยก่อน แล้วค่อย ๆ เกลี่ยไล่ให้ทั่ว ระวังอย่าให้มีขอบบริเวณกรอบหน้า ควรเกลี่ยรองพื้นให้หายเข้าไปในไรผมรวมถึงบริเวณริมฝีปากด้วย

แป้งฝุ่นหรือแป้งแข็ง
ควรเลือกใช้แป้งฝุ่นชนิดโปร่งแสง เพราะจะไม่ทำให้สีของรองพื้นที่เลือกแล้วเปลี่ยนเป็นขาวขึ้นหรือคล้ำลง ใช้พัฟหรือแปรงด้ามใหญ่สุดจุ่มแป้งฝุ่นหรือแป้งแข็งแล้วเกลี่ยให้ทั่วบนใบหน้า

ดินสอเขียนคิ้ว
ควรหลีกเลี่ยงดินสอเขียนคิ้วสีดำ เพราะจะทำให้หน้าดูดุ และดูสูงวัย ควรใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลเพราะจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ไม่ควรเริ่มเขียนคิ้วจากหัวคิ้วเพราะจะทำให้คิ้วแข็งดูไม่เป็นธรรมชาติ ควรเริ่มเขียนห่างจาก หัวคิ้วประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วไล้ไปตามเส้นขนคิ้ว จากนั้น ใช้แปรงเกลี่ยหรืออาจแตะอายแชโดว์สีน้ำตาลเกลี่ยทับอีกครั้ง แล้วใช้แปรงเขียนคิ้วเกลี่ยย้อนมาทางหัวคิ้ว

อายแชโดว์
ควรแตะแป้งฝุ่นบริเวณใต้ตาก่อนทาอายแชโดว์ เพื่อป้องกันอายแชโดว์สีเข้มตกลงมาเลอะ ควรเริ่มทาตาโดยใช้อายแชโดว์สีอ่อน เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน ทาให้ทั่วเปลือกตา ถ้าใส่เสื้อผ้าสีโทนร้อนควรใช้อายแชโดว์สีส้มเกลี่ยจากแนวหางตามาทางหัวตา แล้วใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเกลี่ยชิดแนวขอบตา เริ่มจากหางตาเข้ามากึ่งกลางตา ขอบตาล่างก็ควรทำเช่นเดียวกันเพื่อให้เกิดความสมดุลแห่งสีสัน แต่ถ้าใส่เสื้อผ้าสีโทนเย็นควรใช้อายแชโดว์สีชมพูหรือม่วง แล้วใช้อายแชโดว์สีน้ำเงินหรือสีเทาเกลี่ยชิดแนวขอบตา

ดินสอเขียนขอบตา
นิยมใช้ในการแต่งหน้างานกลางคืนเพื่อเน้นดวงตาให้คมขึ้น

มาสคาร่า
ควรดัดขนตากิ่อนปัดมาสคาร่าทุกครั้ง

สนุกกับความสวยของผู้หญิงถึงผู้หญิง

สวยแรกของผู้หญิงเรา
เริ่มตั้งแต่ลืมตาตื่น ความรู้สึกยามเช้าจะทำให้สดใสและสวยงามเสมอ สำหรับกำลังใจแรกที่ผู้หญิงเราต้องต่อสู้ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเปิดเพลงฟังเบาๆยามเช้าและดื่มน้ำสะอาด 4 แก้วเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกายเรา   เพราะการดื่มน้ำทุกเช้าก่อน
กิจวัตรอื่นๆจะทำให้ผู้หญิงเราสดชื่นมาจากภายในเคล็ด (ไม่) ลับ สวยอินเทรนด์

  1. หากคุณอยากตากลมเป็นหนูน้อยจากญี่ปุ่น เราจะเริ่มจากการเขียนอายไลเนอร์สีดำเฉพาะขอบตาบนเท่านั้นโดยให้เป็นเส้นหนาประมาณหนึ่ง อย่าหนามาก แล้วตาจะหวานขึ้น จากนั้นใช้อายแชโดว์หรทออายไลเนอร์แบบดินสอสีขาวเขียนที่ขอบตาล่าง จากหัวตาไปประมาณสามส่วนสี่ของขอบตาล่าง และทำให้ดูฟุ้งๆด้วยสาวๆจ๋าอย่าลากแบบคมๆนะเพราะจะทำให้ตาดูบ้องแบ๊วเกินไป ท้ายสุดให้ปัดมาสคาร่าชนิดที่ทำให้ขนตาดูหนาเป็นแค่เท่านี้ก็จะได้ตากลมๆใสๆแล้วล่ะ
  2. แม่นางคิ้วสวย สาวๆทุกคนก็เป็นได้ โดยการจัดการกับคิ้วชินจังด้วยการหาอายไลเนอร์แบบดินสอสีขาวมาเขียนลากความโก่งที่คิ้วในรูปแบบที่เราต้องการ แล้วค่อยใช้มีดโกนจัดการกับส่วนที่เกินออกมานอกเส้นที่ลากไว้ เพราะจะได้ความเที่ยงตรงกว่าการกะๆมั่วๆเอา ก่อนแต่งคิ้วก็ใช้ดินสอเขียนคิ้วทาบไปที่สองจุดคือ ปลายปีกจมูกกับหางตา ทีนี้เราก็จะได้รู้แล้วว่าควรจะเขียนให้คิ้วไปสิ้นสุดที่ตรงไหน
  3. แก้มเด็กทารกทำได้ง่ายโดยหลังจากที่เราลงรองพื้นแล้วให้เกลี่ยทินท์แบบน้ำลงไปก่อนเบาๆ เราก็จะได้แก้มสีเลือดฝาดจากนั้นค่อยใช้บลัชครีมสีที่ต้องการเกลี่ยทับกันลงไป แล้วปัดแป้งฝุ่น ตามด้วยบลัชออนแบบฝุ่นสีใกล้เคียงกันทับลงไปอีกชั้น เราก็จะได้แก้มทารกที่ติดทนนานทั้งวันโดยไม่ต้องเติมแป้งเลย
  4. ริมฝีปากก็สำคัญนะ สาวๆถ้าอยากปากอิ่มละก็ให้ทาปากสีอ่อนอย่างชมพูนู้ด ทองนู้ด ถ้าปากเซ็กซี่ก็ให้ทาอายไลเนอร์สีนู้ดก่อนแล้วใช้ลิปกลอสใสทาทับ แต่หากอยากปากเรียวบางละก็ ให้ทาปากสีเข้มแบบสีน้ำตาล ม่วงเข้ม หรือแดงอมน้ำตาล สำหรับปากสีชมพูธรรมชาติๆ ให้ทาลิปกลอสสีชมพู หรือให้ปากวาวหรูก็ทาลิปกลอสสีที่ไม่วาวมากแล้วทาทับด้วยลิปสติกชนิดใดก็ได้ ข้อสำคัญสาวๆอย่าลืมดูแลริมฝีปากโดยการทาลิปบำรุงเพื่อให้ฝีปากเนียนนุ่ม ทาลิปสติเนียน
วิธีแก้ปัญหาหน้าเทา  และหนวดอากง
หน้าเทาจะทำไงดี ยิ่งหากคุณเป็นคนผิวคล้ำด้วยแล้วขอเตือนเลยว่าอย่าทำให้ตัวเองขาวขึ้นโดยการเลือกแป้งหรือรองพื้นที่สีอ่อนกว่าผิว เพราะมันจะไม่ได้ทำให้หน้าดูขาวขึ้นแต่จะทำให้หน้าคุณสาวๆเป็นสีเทา !!!
วิธีแก้: ให้เราฉีดสเปรย์น้ำแร่ทั่วใบหน้าแล้วเติมแป้งผสมรองพื้นที่เข้ากับสีผิวหน้า เติมบลัชออนที่แก้มนิดๆ จะได้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สาวๆมีหนวดอากงเมื่อยิ้ม เลยทำให้รองพื้นที่เราทาไปเน้นให้เห็นเส้นที่ขอบปากมากยิ่งขึ้น
วิธีแก้: ให้ใช้รองพื้นประเภทเติมเต็มร่องผิว แล้วใช้รองพื้นแบบบางเกลี่ยทับลงไป

วิธีทำให้วิ้ง
วิธีการทำให้เราวิ้งได้มีกฏอยู่เพียงสองข้อเท่านั้น คือ อย่าวิ้งทุกส่วนบนใบหน้า ให้เลือกวิ้งส่วนที่จะทำให้เราดูโดดเด่น และสอง วิ้งเฉพาะส่วนบนของร่างกายเท่านั้นพอเลยช่วงอกลงไปก็ไม่ต้องวิ้งแล้วค่ะ แถมให้สำหรับสาวอยากวิ้ง
  • ให้ใช้อายไลเนอร์แบบกลิตเตอร์ หลังจากที่แต่งต่เรียบร้อยแล้ว โดยเลือกอายไลเนอร์กลิตเตอร์สีที่เข้ากันกับอายแชโดว์ที่ทาลงไป กรีดที่ขอบตาด้านบน แต่ถ้าอายไลเนอร์เป็นสีแรงๆเช่น สีเขียว สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ก็ให้กรีดที่ขอบตาล่างแทน
  • ให้ใช้อายไลเนอร์กลิตเตอร์ป้ายทับมาสคาร่า เพื่อเวลากระพริบตาจะเห็นขนตาวิ้งๆ
  • ติดกลิตเตอร์ที่จมูก
  • ใช้เจลกลิตเตอร์ที่ทาตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ เช่น เปลือกตา โหนกแก้ม หรือไล้ตามกระบอกตาให้เป็นรูปตัวซี
  •   แป้งฝุ่นแบบวิ้งๆ หรือเรียกว่าพาวเวอร์กลิตเตอร์ โดยจะปัดแก้มหรือปัดตัวก็ได้
  • ทาลิปกลอสที่มีกลิตเตอร์ผสมอยู่ลงบนลิปสติกสีนู้ดๆแล้วแต่งตาแนวสโมกกี้อายส์ จะทำให้ดูเซ็กซี่มากๆ
  • บอดี้โลชั่นที่ผสมกลิตเตอร์ก็ทำให้คุณดูวิ้งไปทั้งตัว

เคล็ดลับรักษาผิวสา
     
  การปล่อยปละละเลยให้ผิวชำรุดทรุดโทรมจนดูร่วงโรยก่อนวัยแม้เครื่องสำอางชั้นดีแค่ไหนก็ยากที่จะเรียก
ความสดใส กลับคืนมาได้สิ่งจะช่วยไม่ให้คุณมีริ้วรอยมากไปกว่านี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณส่วนใหญ่ แนะนำว่าการดูแลผิว ต้องใส่ใจกันตั้งแต่วัยสาวๆ ยิ่งเริ่มเร็วเมื่อไหร่ ก็จะยิ่งยืดความเสื่อมของเซลล์ไปได้มากขึ้น ลองมาดูเทคนิค 5 ข้อ เพื่อช่วยรักษาผิวสาวให้ดูสดใสไปนานๆ

1. ทาครีมกันแดด
ผู้รู้เขาบอกว่า 80 % ของการเสื่อมของผิวหนังเกิดจากแสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น เนื่องจากจะทำลายเส้นใยคอลลาเจน และอีลาสติคทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นได้ แต่อยู่เมืองไทยจะเลี่ยงไม่ให้โดนแดดกันเลย ก็เห็นจะยาก จึงควรทาครีมปกป้องใบหน้าและลำคอเป็นประจำทุกวัน ครีมกันแดดที่ใช้ควรมีค่า SPF 15 ขึ้นไปส่วนการขับรถในที่แดดจ้า โดยไม่สวมแว่นกันแดด ทำให้คุณต้องหยีตากันคลอดเวลา ก็ทำให้รอยตีนกามาเยือนได้ง่าย ๆ รวมทั้งการเผลอทำหน้านิ่วคิ้วยุ่งๆอยู่บ่อยๆ ก็เป็นที่มาของริ้วรอยทั้งสิ้น

2. ไม่นอนท่านอนทำให้เกิดริ้วรอย
ผู้เชียวชาญด้านผิวพรรณ บอกว่า ในช่วง 6-8 ชั่วโมง ของการนอนในแต่ละวัน มีผลทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบนอนซุกหน้ากับหมอนจะทำให้ใบหน้าด้านที่ตะแคงเข้าหาหมอน เกิดริ้วรอยมากกกว่าอีกด้าน ยิ่งพวกที่ชอบเอามือก่ายหน้าผาก ก็ยิ่งทำให้เกิดริ้วรอยมากขึ้น ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงได้โดยเปลี่ยนมานอนหงายแทนหรือเลือกใช้หมอนที่อ่อนนุ่ม และใช้ปลอกหมอนเนื้อผ้าลื่นๆ อย่างผ้าซาตินจะสามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้

3. ให้กินอาหารดีๆ
อาหารที่ดี มีประโยชน์ และครบหมวดหมู่ จะช่วยให้ผิวพรรณสดใสได้ โดยเฉพาะวิตามินเอ ซีและอี ซึ่งมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว และควรดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 4 แก้ว แต่ถ้าจะดีที่สุดต้องดื่มน้ำวันละเฉลี่ย 6-8 แก้ว ส่วนบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นตัวการสำคัญที่บ่อนทำลายผิวหนังให้เสื่อมก่อนวัยอันควร

4. อย่าอดนอนเพราะ ริ้วรอยจะมาเยือน
การพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากทำให้สุขภาพทรุดโทรมแล้ว ใบหน้าก็ดูหมองคล้ำ อิดโรย และถ้าคุณอดนอนบ่อย ๆจะทำให้ริ้วรอยมาเยือนก่อนวัย โดยเฉพาะใต้ดวงตา จะทำให้คุณเป็นหมีแพนด้าไปได้อย่างง่ายๆ

5. ให้รู้จักผ่อนคลาย
ความเครียดที่ไม่มีโอกาสผ่อนคลาย เปิดโอกาสให้สิวจู่โจมได้ง่ายๆถ้าไม่อยากให้เกิดสิว ซึ่งพลอยทำให้ใบหน้าไม่สดใส ควรหาวิธีผ่อนคลายความเครียด การทำจิตใจให้สงบโดยการทำสมาธิ การฟังเพลงสบายๆ ชื่นชมกับธรรมชาติรอบตัว ให้เวลากับสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณ ก็ช่วยคลายเครียดได้ เพียง 5 ข้อง่ายๆเท่านี้คุณก็จะเป็นผู้หญิงที่มีผิวพรรณสดใส อ่อนวัย ได้อย่างใจ

วิธีถนอมความอ่อนเยาว์ของผิว
       ใคร ๆ ก็อยากเป็นสาวผิวใส ไร้ริ้วรอยและความหมองคล้ำ แต่วัยที่มากขึ้นรวมทั้งมลภาวะรอบกาย อาจทำให้ผิวค่อยๆ เหี่ยว แบบไม่รู้ตัวได้ เรามาเริ่มต้นดูแลผิว เพื่อรักษาความสดใสของผิวกันดีกว่า

1. ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ
ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน ครีมกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยแดดที่ขึ้นชื่อว่า เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเหี่ยวย่น  การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันจึงเป็นเสมือนการสร้างเกราะคุ้มกันให้กับผิวหน้า ถ้าไม่ได้ไปเผชิญกับแดดแรง ๆ เลือกครีมกันแดดที่มีค่าSPF 15 ก็พอ และในช่วงกลางวันที่แดดจ้า หลบแดดได้จะเป็นวิธีปกป้องผิวที่ดีที่สุด หรือถ้าต้องไปรับไอแดดกันจริง ๆ ควรสวมหมวกปีกกว้าง สวมแว่นกันแดด และใส่เสื้อผ้าโทนสีเข้ม เนื้อหนา ที่สามารถป้องกันการทะลุทะลวงของรังสี UV ทั้ง UVA ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวคล้ำและมีริ้วรอย และ UVB ที่ทำให้ผิวไหม้เกรียม

2. อย่ารบกวนผิวมากเกินไป
การรบกวนผิวมากเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพผิวแต่อย่างใด การล้างหน้าบ่อยเกินไป หรือขัดถูเช็ดผิวหน้าอย่างรุนแรงเพื่อให้มั่นใจ ว่าสะอาดเพียงพอ ก็กลับเป็นการทำร้ายผิวแบบไม่รู้ตัว เพราะอาจทำให้ผิวมีริ้วรอยและหยาบกร้านได้โดยเฉพาะคนที่ผิวแห้ง การล้างหน้าต้องทำอย่างนุ่มนวลเช็ดผิวอย่างเบามือ เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัยนอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณท์ที่อ่อนโยนต่อผิวด้วย

3. เลือกใช้ผลิตภัณท์ที่มีส่วนผสมของ AHA
AHA หรือ Alpha hydroxyl acid มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้นแล้ว ยังช่วยรักษาริ้วรอยจากแสงแดดได้ด้วยซี่งปัจจุบัน เครื่องสำอางส่วนใหญ่ จะมีส่วนผสมของ AHAในปริมาณ 2-15 % ซึ่งมักไม่เป็นอันตรายกับผิว แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรเลี่ยงที่จะไปตากแดดแรง ๆ เพราะการใช้ AHAจะทำให้ผิวหน้าไวต่อแดดมากขึ้นดังนั้นเพื่อป้องกันการแพ้ ควรใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอ

4. ลดริ้วรอยบาง ๆ ใต้ตาด้วยเรตินอล
เมื่ออายุมากขึ้น ริ้วรอยใต้ตา อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความร่วงโรยของผิวได้ โดยเฉพาะผิวใต้ตา ซึ่งค่อนข้างบอบบางจึงเกิดริ้วรอยได้ง่าย หากทิ้งไว้ ก็กลายเป็นรอยตีนกาได้คงถึงเวลาที่คุณจะต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล ซึ่งมีคุณสมบัติลดเลือนริ้วรอยจางๆ ได้ดี นอกจากนี้เรตินอลยังช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจน ทำใหผิวหน้าเต่งตึงขึ้นได้

5. อาหารต่อต้านริ้วรอย
อาหารที่อุดมไปด้วยผลไม้ ผัก และอาหารไขมันต่ำ จะช่วยให้ผิวพรรณของเราแข็งแรงพอที่จะต่อต้านสิ่งที่จะมาทำลายผิวให้อ่อนแอ จนเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยได้ โดยเฉพาะแสงแดดภัยตัวร้ายของการทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของหญิงสา
ชนิดของอาหารที่แนะนำให้รับประทานก็คือ อาหารที่มีไขมันต่ำ ลดการรับประทานเนื้อแดงและของหวานลง นอกจากนี้ก็ควรเพิ่มการรับประทานผักใบเขียว  ผลไม้ เมล็ดถั่วต่างๆ น้ำมันมะกอกที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว รวมทั้งเมล็ดธัญพืชต่างๆ ซึ่งอาหารดังกล่าวจะอุดมไปด้วยวิตามินที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ  เช่น วิตามินเอและซี และอี จะช่วยให้ผิวของคุณแข็งแรงและปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้

6. ใช้ชีวิตอย่างสมดุล
สาวบ้างานทั้งหลาย มีสิทธิ์ผิวหย่อนยาน ไม่สดใสได้เร็วขึ้นเพราะการทำงานหนัก ชนิดอดหลับอดนอน หรือไม่มีเวลาสำหรับพักผ่อน นอกจากร่างกายจะอ่อนล้าแล้ว ผิวพรรณก็หมองคล้ำ ทำให้คุณดูทั้งโทรมทั้งเหี่ยว แม้อยากเป็นดาวรุ่งมากแค่ไหน ก็ควรจัดเวลางานและเวลาส่วนตัวให้สมดุลมีเวลาสำหรับการออกกำลังกาย และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ซึ่งจะช่วยให้เซลล์ผิวแข็งเรง ไม่หย่อนยานก่อนวัย หากปล่อยให้ความเครียดมารุมเร้า จนไม่มีเวลาคลายเครียด นานวันเข้า ผิวพรรณก็ร่วงโรย จนเกินเยียวยา เครื่องสำอางมหัศจรรย์ที่ว่าแน่ๆ ก็ไม่อาจจะช่วยฉุดรั้งความสดใส และความเปล่งปลั่งของผิวสาวกลับคืนมาได้