เคล็ดลับความงาม เทคนิคการแต่งหน้า...แบบง่าย ง่าย การแต่งหน้าเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้หญิง เพราะทุกครั้งที่คุณเตรียมแต่งแต้มใบหน้าให้ดูสวยไปด้วยสีสัน คุณสามารถแต่งหน้าได้มากหรือน้อยแค่ไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ จะแต่งให้เป็นสาวหวาน สาวเปรี้ยว สาวเซ็กซี่ หรือสวยแบบใส ๆ ขึ้นอยู่กับการสร้างสรรค์จากฝีมือผู้แต่ง แต่สิ่งสำคัญก็คือ คุณจะต้องแต่งให้เหมาะกับตัวคุณและโอกาส ดังนั้นการแต่งหน้าคือวิธีที่จะทำให้ผู้หญิง สวยขึ้น และมีเสน่ห์มากขึ้น มาดูวิธีเพิ่มเสน่ห์ของคุณด้วยวิธีการแต่งหน้าแบบง่าย ๆ กันเถอะค่ะ เตรียมพร้อมก่อนแต่งหน้า ควรเตรียมกระจกและอยู่ในที่มีแสงเพียงพอ รวมทั้งอุปกรณ์แต่งหน้าที่จำเป็น คุณอาจใช้ที่คาดผมหรือรวบผมขึ้น เพื่อจะได้แต่งหน้าได้สะดวก จากนั้นจึงล้างหน้าให้สะอาด ละควรใช้ม้อยส์เจอร์ไรเซอร์ทาก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง ครีมรองพื้นปรับสีผิว ควรใช้ครีมรองพื้นในกรณีที่คุณมีสีผิวที่ไม่เสมอกันเท่านั้น และไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งใบหน้าเพราะจะทำให้หน้าลอย เมื่อใช้ครีมรองพื้นเสร็จแล้วควรเกลี่ยทันทีเพราะรองพื้นประเภทนี้จะแห้งเร็วมาก และควรใช้ก่อนลงรองพื้นประเภทอื่น ๆ ครีมรองพื้นปกปิดริ้วรอย ครีมรองพื้นชนิดนี้จะช่วยพรางรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ ต่าง ๆ บนใบหน้าได้ โดยเลือกสีให้เข้มกว่าสีผิวหนึ่งระดับแล้วแตะตรงบริเวณที่ต้องการปกปิด หลังจากนั้นจึงใช้ปลายนิ้ว เกลี่ยให้เนียน ครีมรองพื้น เลือกสีครีมรองพื้นให้ตรงกับสีผิวบริเวณคอ แตะครีมรองพื้นตรงบริเวณที่ไม่มีริ้วรอยก่อน แล้วค่อย ๆ เกลี่ยไล่ให้ทั่ว ระวังอย่าให้มีขอบบริเวณกรอบหน้า ควรเกลี่ยรองพื้นให้หายเข้าไปในไรผมรวมถึงบริเวณริมฝีปากด้วย แป้งฝุ่นหรือแป้งแข็ง ควรเลือกใช้แป้งฝุ่นชนิดโปร่งแสง เพราะจะไม่ทำให้สีของรองพื้นที่เลือกแล้วเปลี่ยนเป็นขาวขึ้นหรือคล้ำลง ใช้พัฟหรือแปรงด้ามใหญ่สุดจุ่มแป้งฝุ่นหรือแป้งแข็งแล้วเกลี่ยให้ทั่วบนใบหน้า ดินสอเขียนคิ้ว ควรหลีกเลี่ยงดินสอเขียนคิ้วสีดำ เพราะจะทำให้หน้าดูดุ และดูสูงวัย ควรใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลเพราะจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ไม่ควรเริ่มเขียนคิ้วจากหัวคิ้วเพราะจะทำให้คิ้วแข็งดูไม่เป็นธรรมชาติ ควรเริ่มเขียนห่างจาก หัวคิ้วประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วไล้ไปตามเส้นขนคิ้ว จากนั้น ใช้แปรงเกลี่ยหรืออาจแตะอายแชโดว์สีน้ำตาลเกลี่ยทับอีกครั้ง แล้วใช้แปรงเขียนคิ้วเกลี่ยย้อนมาทางหัวคิ้ว อายแชโดว์ ควรแตะแป้งฝุ่นบริเวณใต้ตาก่อนทาอายแชโดว์ เพื่อป้องกันอายแชโดว์สีเข้มตกลงมาเลอะ ควรเริ่มทาตาโดยใช้อายแชโดว์สีอ่อน เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน ทาให้ทั่วเปลือกตา ถ้าใส่เสื้อผ้าสีโทนร้อนควรใช้อายแชโดว์สีส้มเกลี่ยจากแนวหางตามาทางหัวตา แล้วใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเกลี่ยชิดแนวขอบตา เริ่มจากหางตาเข้ามากึ่งกลางตา ขอบตาล่างก็ควรทำเช่นเดียวกันเพื่อให้เกิดความสมดุลแห่งสีสัน แต่ถ้าใส่เสื้อผ้าสีโทนเย็นควรใช้อายแชโดว์สีชมพูหรือม่วง แล้วใช้อายแชโดว์สีน้ำเงินหรือสีเทาเกลี่ยชิดแนวขอบตา ดินสอเขียนขอบตา นิยมใช้ในการแต่งหน้างานกลางคืนเพื่อเน้นดวงตาให้คมขึ้น มาสคาร่า ควรดัดขนตากิ่อนปัดมาสคาร่าทุกครั้ง
สนุกกับความสวยของผู้หญิงถึงผู้หญิง สวยแรกของผู้หญิงเรา เริ่มตั้งแต่ลืมตาตื่น ความรู้สึกยามเช้าจะทำให้สดใสและสวยงามเสมอ สำหรับกำลังใจแรกที่ผู้หญิงเราต้องต่อสู้ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเปิดเพลงฟังเบาๆยามเช้าและดื่มน้ำสะอาด 4 แก้วเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกายเรา เพราะการดื่มน้ำทุกเช้าก่อน กิจวัตรอื่นๆจะทำให้ผู้หญิงเราสดชื่นมาจากภายในเคล็ด (ไม่) ลับ สวยอินเทรนด์
เคล็ดลับรักษาผิวสา การปล่อยปละละเลยให้ผิวชำรุดทรุดโทรมจนดูร่วงโรยก่อนวัยแม้เครื่องสำอางชั้นดีแค่ไหนก็ยากที่จะเรียก ความสดใส กลับคืนมาได้สิ่งจะช่วยไม่ให้คุณมีริ้วรอยมากไปกว่านี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณส่วนใหญ่ แนะนำว่าการดูแลผิว ต้องใส่ใจกันตั้งแต่วัยสาวๆ ยิ่งเริ่มเร็วเมื่อไหร่ ก็จะยิ่งยืดความเสื่อมของเซลล์ไปได้มากขึ้น ลองมาดูเทคนิค 5 ข้อ เพื่อช่วยรักษาผิวสาวให้ดูสดใสไปนานๆ 1. ทาครีมกันแดด ผู้รู้เขาบอกว่า 80 % ของการเสื่อมของผิวหนังเกิดจากแสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น เนื่องจากจะทำลายเส้นใยคอลลาเจน และอีลาสติคทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นได้ แต่อยู่เมืองไทยจะเลี่ยงไม่ให้โดนแดดกันเลย ก็เห็นจะยาก จึงควรทาครีมปกป้องใบหน้าและลำคอเป็นประจำทุกวัน ครีมกันแดดที่ใช้ควรมีค่า SPF 15 ขึ้นไปส่วนการขับรถในที่แดดจ้า โดยไม่สวมแว่นกันแดด ทำให้คุณต้องหยีตากันคลอดเวลา ก็ทำให้รอยตีนกามาเยือนได้ง่าย ๆ รวมทั้งการเผลอทำหน้านิ่วคิ้วยุ่งๆอยู่บ่อยๆ ก็เป็นที่มาของริ้วรอยทั้งสิ้น 2. ไม่นอนท่านอนทำให้เกิดริ้วรอย ผู้เชียวชาญด้านผิวพรรณ บอกว่า ในช่วง 6-8 ชั่วโมง ของการนอนในแต่ละวัน มีผลทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบนอนซุกหน้ากับหมอนจะทำให้ใบหน้าด้านที่ตะแคงเข้าหาหมอน เกิดริ้วรอยมากกกว่าอีกด้าน ยิ่งพวกที่ชอบเอามือก่ายหน้าผาก ก็ยิ่งทำให้เกิดริ้วรอยมากขึ้น ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงได้โดยเปลี่ยนมานอนหงายแทนหรือเลือกใช้หมอนที่อ่อนนุ่ม และใช้ปลอกหมอนเนื้อผ้าลื่นๆ อย่างผ้าซาตินจะสามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้ 3. ให้กินอาหารดีๆ อาหารที่ดี มีประโยชน์ และครบหมวดหมู่ จะช่วยให้ผิวพรรณสดใสได้ โดยเฉพาะวิตามินเอ ซีและอี ซึ่งมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว และควรดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 4 แก้ว แต่ถ้าจะดีที่สุดต้องดื่มน้ำวันละเฉลี่ย 6-8 แก้ว ส่วนบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นตัวการสำคัญที่บ่อนทำลายผิวหนังให้เสื่อมก่อนวัยอันควร 4. อย่าอดนอนเพราะ ริ้วรอยจะมาเยือน การพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากทำให้สุขภาพทรุดโทรมแล้ว ใบหน้าก็ดูหมองคล้ำ อิดโรย และถ้าคุณอดนอนบ่อย ๆจะทำให้ริ้วรอยมาเยือนก่อนวัย โดยเฉพาะใต้ดวงตา จะทำให้คุณเป็นหมีแพนด้าไปได้อย่างง่ายๆ 5. ให้รู้จักผ่อนคลาย ความเครียดที่ไม่มีโอกาสผ่อนคลาย เปิดโอกาสให้สิวจู่โจมได้ง่ายๆถ้าไม่อยากให้เกิดสิว ซึ่งพลอยทำให้ใบหน้าไม่สดใส ควรหาวิธีผ่อนคลายความเครียด การทำจิตใจให้สงบโดยการทำสมาธิ การฟังเพลงสบายๆ ชื่นชมกับธรรมชาติรอบตัว ให้เวลากับสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณ ก็ช่วยคลายเครียดได้ เพียง 5 ข้อง่ายๆเท่านี้คุณก็จะเป็นผู้หญิงที่มีผิวพรรณสดใส อ่อนวัย ได้อย่างใจ
วิธีถนอมความอ่อนเยาว์ของผิว ใคร ๆ ก็อยากเป็นสาวผิวใส ไร้ริ้วรอยและความหมองคล้ำ แต่วัยที่มากขึ้นรวมทั้งมลภาวะรอบกาย อาจทำให้ผิวค่อยๆ เหี่ยว แบบไม่รู้ตัวได้ เรามาเริ่มต้นดูแลผิว เพื่อรักษาความสดใสของผิวกันดีกว่า 1. ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน ครีมกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยแดดที่ขึ้นชื่อว่า เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเหี่ยวย่น การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันจึงเป็นเสมือนการสร้างเกราะคุ้มกันให้กับผิวหน้า ถ้าไม่ได้ไปเผชิญกับแดดแรง ๆ เลือกครีมกันแดดที่มีค่าSPF 15 ก็พอ และในช่วงกลางวันที่แดดจ้า หลบแดดได้จะเป็นวิธีปกป้องผิวที่ดีที่สุด หรือถ้าต้องไปรับไอแดดกันจริง ๆ ควรสวมหมวกปีกกว้าง สวมแว่นกันแดด และใส่เสื้อผ้าโทนสีเข้ม เนื้อหนา ที่สามารถป้องกันการทะลุทะลวงของรังสี UV ทั้ง UVA ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวคล้ำและมีริ้วรอย และ UVB ที่ทำให้ผิวไหม้เกรียม 2. อย่ารบกวนผิวมากเกินไป การรบกวนผิวมากเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพผิวแต่อย่างใด การล้างหน้าบ่อยเกินไป หรือขัดถูเช็ดผิวหน้าอย่างรุนแรงเพื่อให้มั่นใจ ว่าสะอาดเพียงพอ ก็กลับเป็นการทำร้ายผิวแบบไม่รู้ตัว เพราะอาจทำให้ผิวมีริ้วรอยและหยาบกร้านได้โดยเฉพาะคนที่ผิวแห้ง การล้างหน้าต้องทำอย่างนุ่มนวลเช็ดผิวอย่างเบามือ เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัยนอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณท์ที่อ่อนโยนต่อผิวด้วย 3. เลือกใช้ผลิตภัณท์ที่มีส่วนผสมของ AHA AHA หรือ Alpha hydroxyl acid มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้นแล้ว ยังช่วยรักษาริ้วรอยจากแสงแดดได้ด้วยซี่งปัจจุบัน เครื่องสำอางส่วนใหญ่ จะมีส่วนผสมของ AHAในปริมาณ 2-15 % ซึ่งมักไม่เป็นอันตรายกับผิว แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรเลี่ยงที่จะไปตากแดดแรง ๆ เพราะการใช้ AHAจะทำให้ผิวหน้าไวต่อแดดมากขึ้นดังนั้นเพื่อป้องกันการแพ้ ควรใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอ 4. ลดริ้วรอยบาง ๆ ใต้ตาด้วยเรตินอล เมื่ออายุมากขึ้น ริ้วรอยใต้ตา อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความร่วงโรยของผิวได้ โดยเฉพาะผิวใต้ตา ซึ่งค่อนข้างบอบบางจึงเกิดริ้วรอยได้ง่าย หากทิ้งไว้ ก็กลายเป็นรอยตีนกาได้คงถึงเวลาที่คุณจะต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล ซึ่งมีคุณสมบัติลดเลือนริ้วรอยจางๆ ได้ดี นอกจากนี้เรตินอลยังช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจน ทำใหผิวหน้าเต่งตึงขึ้นได้ 5. อาหารต่อต้านริ้วรอย อาหารที่อุดมไปด้วยผลไม้ ผัก และอาหารไขมันต่ำ จะช่วยให้ผิวพรรณของเราแข็งแรงพอที่จะต่อต้านสิ่งที่จะมาทำลายผิวให้อ่อนแอ จนเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยได้ โดยเฉพาะแสงแดดภัยตัวร้ายของการทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของหญิงสา ชนิดของอาหารที่แนะนำให้รับประทานก็คือ อาหารที่มีไขมันต่ำ ลดการรับประทานเนื้อแดงและของหวานลง นอกจากนี้ก็ควรเพิ่มการรับประทานผักใบเขียว ผลไม้ เมล็ดถั่วต่างๆ น้ำมันมะกอกที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว รวมทั้งเมล็ดธัญพืชต่างๆ ซึ่งอาหารดังกล่าวจะอุดมไปด้วยวิตามินที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินเอและซี และอี จะช่วยให้ผิวของคุณแข็งแรงและปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ 6. ใช้ชีวิตอย่างสมดุล สาวบ้างานทั้งหลาย มีสิทธิ์ผิวหย่อนยาน ไม่สดใสได้เร็วขึ้นเพราะการทำงานหนัก ชนิดอดหลับอดนอน หรือไม่มีเวลาสำหรับพักผ่อน นอกจากร่างกายจะอ่อนล้าแล้ว ผิวพรรณก็หมองคล้ำ ทำให้คุณดูทั้งโทรมทั้งเหี่ยว แม้อยากเป็นดาวรุ่งมากแค่ไหน ก็ควรจัดเวลางานและเวลาส่วนตัวให้สมดุลมีเวลาสำหรับการออกกำลังกาย และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ซึ่งจะช่วยให้เซลล์ผิวแข็งเรง ไม่หย่อนยานก่อนวัย หากปล่อยให้ความเครียดมารุมเร้า จนไม่มีเวลาคลายเครียด นานวันเข้า ผิวพรรณก็ร่วงโรย จนเกินเยียวยา เครื่องสำอางมหัศจรรย์ที่ว่าแน่ๆ ก็ไม่อาจจะช่วยฉุดรั้งความสดใส และความเปล่งปลั่งของผิวสาวกลับคืนมาได้